ปวดท้องประจำเดือน อาการ แบบไหนที่ต้องไปพบหมอ เช็คด่วน

ปวดท้องประจำเดือน

สาว ๆ หลายคนอาจจะมองว่าอาการ ปวดท้องประจำเดือน นั้น เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แค่ทานยาแล้วก็หายโดยที่ไม่ต้องพบหมอ แต่รู้ไหมว่าบางครั้งหากคุณ ปวดท้องเมนส์ อย่างรุนแรง แถมยังปวดทุกเดือน อาการปวดเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างที่อันตรายได้ ดังนั้น อย่าชะล่าใจกับอาการเหล่านี้อย่างเด็ดขาด อย่างน้อย ๆ ก็ควรตรวจสุขภาพประจำปีละ 1 ครั้ง รวมถึงสังเกตอาการอยู่บ่อย ๆ ว่า ทำไมถึงปวดท้องเมนส์ เพราะ หากการปวดนั้นมาจากโรคอื่น ๆ การเจอโรคเร็ว ย่อมรักษาได้ง่าย และ มีประสิทธิภาพมากกว่าการปล่อยไว้จนรุนแรง

สาเหตุของการ ปวดท้องประจำเดือน มีอะไรบ้าง

สาเหตุของอาการ ปวดท้องประจำเดือน จะมีระดับของความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงระยะเวลาในการปวดก็จะสั้น หรือ ยาว แตกต่างกันด้วย ซึ่งเบื้องต้นจะแตกต่างกันตามประเภทของการ ปวดท้องเมนส์  ซึ่งโดยปกติแล้ว เราจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

ปวดประจำเดือนประเภทปฐมภูมิ (Primary Dysmenorrhea)

อาการปวดแบบนี้พบได้บ่อย ปวดได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงปวดมาก แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่รุนแรงเท่าอีกประเภท และที่สำคัญ “เป็นการปวดที่ไม่อันตราย” เพราะ เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกผลิตสารโพรสตาแกลนดินส์ออกมา เพื่อทำให้มดลูกหดเกร็ง และ ขับประจำเดือนออกมาได้ ซึ่งสารนี้แหละที่เป็นต้นเหตุว่า ทำไมถึงปวดท้องเมนส์

ยิ่งร่างกายผลิตสารโพรสตาแกลนดินส์เยอะ อาการปวดก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น แต่ไม่ต้องกังวล เพราะ ปกติโพรสตาแกลนดินส์จะหลั่งเยอะแค่ในช่วงวันแรก ๆ ที่มีประจำเดือนเท่านั้น คุณจะปวดท้องมากแค่ในวันแรก ๆ และ จะค่อย ๆ ทุเลาลงในวันถัดไป จนหายหายปวดไปในที่สุด ดังนั้น หากคุณ ปวดท้องประจำเดือน อาการ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แถมปวดทุกวันไม่ลดลงเลย อาการปวดของคุณอาจจะไม่ใช่ประเภทนี้

ปวดประจำเดือนแบบทุติยภูมิ (Secondary Dysmenorrhea)

 หากอาการปวดของคุณรุนแรง และ ปวดนานแบบไม่ทุเลาเลย โดยเฉพาะเมื่อรับประทานยาแก้ปวดแล้วก็ยัง แก้ปวดท้องเมนส์ ไม่ได้ อาการของคุณน่าจะเป็นประเภทนี้มากกว่า ซึ่งสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนประเภทนี้มาจากความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ หรือส่วนอื่น ๆ ในระบบนี้ อาจจะเป็นตั้งแต่กำเนิด หรือ เพิ่งเกิดขึ้นก็ตาม

และอาการปวดประเภทนี้นี่แหละ ที่คุณต้องเข้าไปพบแพทย์อย่างด่วน ๆ เพราะ การผิดปกติของอวัยวะในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ ปากมดลูกตีบ หรือ การมีเนื้องอก ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณเตือนว่า “คุณอาจกำลังจะเป็นโรคร้าย” นั่นเอง

โรคใดบ้างที่การ ปวดท้องประจำเดือน กำลังเตือนคุณ

   เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งมักจะพบได้บ่อยในบริเวณ รังไข่ และ เยื่อบุช่องท้องน้อย ทำให้ไม่สามารถระบายออก หรือ ขับออกไปพร้อมกับประจำเดือนได้ จนเกิดคั่ง และ สะสมจนกลายเป็นถุงน้ำที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ ไประคายเคืองในช่องท้องน้อยนั่นเอง คนที่มีภาวะนี้จะมักจะเกิดผังผืดในช่องท้องได้ง่ายด้วย แถมใครที่มีลูกยาก พร้อมอาการปวดท้องตอนมี sex จองคิวตรวจกับหมอเลยด่วน ๆ

  1.     อวัยวะสืบพันธุ์ผิดปกติแบบที่มองเห็นได้จากภายนอก โครงสร้างที่ผิดรูปจะทำให้ประจำเดือนไหลออกได้ลำบาก เมื่อการขับประจำเดือนขับออกมาได้ไม่ดี มดลูกจึงต้องหดรัดตัวมากขึ้นเพื่อช่วยในการขับ ทำให้ปวดมากขึ้นตามมา
  2.     ปากมดลูกตีบ ไม่ว่าจะตีบมาแต่กำเนิด หรือ มาจากความผิดปกติอื่น ๆ เช่น รอยโรคเดิม รอยแผลเป็น หรือ การเกิดผังผืดก็ตาม ก็จะเป็นปัจจัยให้ประจำเดือนขับออกได้ลำบาก และ หลักการเดียวกับข้อข้างต้นเลย เมื่อประจำเดือนออกลำบาก คั่งค้าง มดลูกก็จะต้องหดรัดตัวมากขึ้นเพื่อช่วยขับประจำเดือนออก ทำให้คุณปวดท้องวนไป
  3.     ผังผืดในอุ้งเชิงกราน พบได้ทั่วทั้งบริเวณของมดลูก และ ท่อนำไข่ โดยปกติแล้วการเกิดผังผืดนั้น มักมาจากการอักเสบติดเชื้อโดยตรง หรือ การพัฒนามาจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเยื่อบุมดลูกจนเกิดการอักเสบ ร่างกายจึงต้องซ่อมแซมตัวเองจนเกิดผังผืดตามมา และเจ้าผังผืดพวกนี้แหละที่จะคอยดึงรั้งหากมดลูกบีบรัดตัว ทำให้เกิดอาการปวดที่รุนแรงมากกว่าปกติ
  4.     เนื้องอกใต้เยื่อบุโพรงมดลูก ที่ส่งผลให้เยื่อบุผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน เมื่อคุณเป็นประจำเดือนมดลูกจึงยิ่งหดรัดตัวมากขึ้นเพื่อกำจัดเนื้องอกที่เปรียบเสมือนสิ่งที่ขัดขวางการขับประจำเดือนอยู่ออกมาด้วย ทำให้คุณ ปวดท้องประจำเดือน รุนแรง ซึ่งเนื้องอกนี้ เป็นได้ทั้งเนื้องอกธรรมดาที่ผ่าตัดออกก็หายขาดได้ หรือ อาจเป็นเนื้อร้าย (มะเร็ง) ก็ได้เช่นเดียวกัน คุณจึงไม่ควรละเลยอาการ ปวดท้องเมนส์ อย่างเด็ดขาด
  5.     โรคอื่น ๆ เช่น ภาวะการท้องนอกมดลูก , เนื้องอกในส่วนต่าง ๆ ของอวัยวะสืบพันธุ์ หรือ ช่องท้อง การอักเสบติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงนิ่ว และ การอักเสบในบริเวณส่วนช่องท้อง เป็นต้น ไม่เพียงแค่โรคต่าง ๆ เท่านั้น การคุมกำเนิด บางอย่าง เช่น การใส่ห่วง ก็ทำให้เพิ่มการบีบรัดตัวของมดลูก หรือ ทำให้เกิดผังผืดที่มดลูกได้

แก้ปวดท้องเมนส์ ยังไงก็ไม่หายแบบนี้ จองคิวหมอด่วน ๆ

จะสังเกตได้ว่า ไม่ว่าคุณจะ ปวดท้องประจำเดือน เพียงเล็กน้อย หรือ ปวดมาก คุณก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคร้ายได้ทั้งนั้น แล้วเมื่อไหร่หล่ะ ที่คุณควรจะไปหาหมอ ไม่ยากเลย หากคุณ ปวดท้องเมนส์ ลักษณะตามที่เรายกตัวอย่างมานี้ ก็เรียกได้ว่าเข้าข่ายเฝ้าระวังแล้ว เคลียร์คิวให้พร้อมแล้วไปโรงพยาบาลได้เลย

  •       ปวดประจำเดือนมาก ร่วมกับการมีเลือดออกเยอะ สังเกตได้จากการที่ผ้าอนามัยเต็มที่ 1-2 ชั่วโมง รวมไปถึงการเป็นประจำเดือนมากกว่า 1 ครั้ง / เดือน
  •       ปวดประจำเดือนมาก แต่มีเลือดออกมาน้อย หรือ เลือดออกแบบกระปริบกะปรอย
  •       อาการปวดที่รับประทานยา แก้ปวดท้องเมนส์ แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น หรือ ต้องฉีดยาแก้ปวดมากกว่า 1 ครั้ง
  •       ปวดท้องเมนส์ ร่วมกับอาการมีไข้ หรือ มีตกขาวมากกว่าปกติ รวมไปถึงมีตกขาวที่สี หรือ กลิ่นผิดปกติด้วย
  •       อาการปวดรุนแรงไม่อยู่แค่ในช่วง 1-2 วันแรก แต่ปวดนานจนวันสุดท้ายของการมีประจำเดือน
  •       กดเจ็บบริเวณท้องน้อยร่วมด้วย โดยเฉพาะอาการเจ็บร้าวไปที่ด้านหลัง
  •       สุดท้าย หากคุณมีความสงสัยว่า ทำไมถึงปวดท้องเมนส์ ไม่หายซักที แถมปวดมากจนไม่สามารถลุกได้ นอนตัวงอ ทำให้ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ ก็สามารถไปพบแพทย์ได้แล้ว

ทริค ปวดท้องประจำเดือน แก้ ยังไง ทำง่าย สบายตัวขึ้น

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทุกคนสงสัยมากที่สุดเลยคือ ปวดท้องประจำเดือน แก้ ได้ยังไง จริงไหม หากคุณสำรวจอาการเบื้องต้นแล้วว่า อาการ ปวดท้องเมนส์ ของคุณไม่ได้เข้าข่ายอันตราย เป็นเพียงการปวดตามรอบเดือนธรรมดา ก็สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ ควบคู่กับการรับประทานยา ก็จะช่วย แก้ปวดท้องเมนส์ ให้ทุเลาลง และ สบายตัวขึ้นได้

  1.     ประคบอุ่นที่บริเวณท้องน้อยด้วยกระเป๋าน้ำร้อน หรือ หากไม่มีให้ใช้เป็นขวดใส่น้ำร้อน ห่อด้วยผ้าบาง ๆ แล้วนำมาประคบก็ได้เช่นกัน วิธีนี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อาการปวดจึงลดลง
  2.     หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น ที่จะทำให้ประจำเดือนจับกันเป็นก้อน แล้วดื่มน้ำอุ่นแทน น้ำอุ่นสามารถควบคุมปริมาณการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ จึงช่วยให้การปวดทุเลาลง
  3.     หากเป็นไปได้ ลองออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดิน หรือ โยคะ ร่วมกับการทำจิตใจให้ผ่อนคลาย เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณ ปวดท้องประจำเดือน น้อยลง
  4.     เอาใจใส่ในการเลือกรับประทานอาหารกลุ่มที่มี โอเมก้า 3 , วิตามิน บี 1 และ 6 รวมไปถึง วิตามินอี และ กลุ่มแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ ก็สามารถลดการปวดได้เช่นกัน
  5.     ท่านอน ก็มีผลต่อความรุนแรงในการ ปวดท้องเมนส์ โดยท่าที่ทำให้ปวดน้อยที่สุดคือ การนอนตะแคง ข้อสำคัญคือ ต้องเลือกตะแคงให้สอดคล้องกับระดับมดลูก สังเกตง่าย ๆ คือ ตะแคงด้านไหนแล้วสบายกว่า ก็ให้เลือกนอนไปทางด้านนั้น

เพียงคุณนำคำแนะนำทั้ง 5 ข้อ เหล่านี้ ไปลองใช้ดูในช่วงที่คุณมีอาการปวดท้องระหว่างรอบเดือน เสริมกับการรับประทานยาแก้ปวด หากคุณไม่ได้มีอาการปวดจากความผิดปกติของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ อาการปวดก็น่าจะทุเลาลง แต่หาก ทำยังไงก็ แก้ปวดท้องเมนส์ ไม่ได้ การพบแพทย์เฉพาะทางเท่านั้นคือคำตอบ 

Share the Post:
บทความยอดนิยม