น้องชายมีกลิ่น แก้ยังไง ทำยังไงให้อวัยวะเพศชายหายเหม็น

น้องชายมีกลิ่น

ปกติแล้ว หลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้เหงื่อออก ก็อาจจะทำให้คุณผู้ชาย น้องชายมีกลิ่น ขึ้นมาได้ เมื่อได้รับการทำความสะอาดแล้ว กลิ่นเหล่านั้นก็จะหายไป ซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่ ถ้าเกิดหลังทำความสะอาดแล้วกลิ่นยังคงอยู่ หรือ อวัยวะชาย อยู่ ๆ เกิดมีกลิ่นเหม็นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ว่าจะทำความสะอาดแค่ไหน กลิ่นก็ยังคงอยู่ คุณต้องเริ่มหาสาเหตุ และ วิธี รักษา น้องชายมีกลิ่นแรง กันอย่างเร่งด่วน

หัวข้อ น้องชายมีกลิ่น

สังเกตอาการร่วม น้องชายมีกลิ่น แบบไหน ที่ควรไปพบแพทย์

หากคุณเริ่มสังเกตว่า น้องชายมีกลิ่น เหม็น แน่นอนว่า สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การรักษาความสะอาด และ รักษาสุขอนามัยอย่างถูกวิธี เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์นั้นลง แต่นั่นยังไม่พอ อย่าลืมสังเกตอาการเหล่านี้ร่วมด้วย เพราะ หากพบว่า อวัยวะชาย มีกลิ่นเหม็น ร่วมกับอาการเหล่านี้ คุณควรจะต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และ ทำการรักษาเพิ่มเติม 

  1. อวัยวะเพศบวมเป่ง ร่วมกับแดง หรือ หากปวด และ มีหนองออกที่ปลายอวัยวะเพศด้วย ต้องไปพบแพทย์ทันที 
  2. มีผื่น ไม่ว่าจะเป็นผื่นที่บริเวณ อวัยวะเพศชาย โดยตรง หรือ ผื่นรอบ ๆ บริเวณ เช่น ขาหนีบ หรือ ก้น ก็เป็นอาการร่วมที่บ่งชี้ให้คุณไปพบแพทย์ได้ 
  3. รู้สึกระคายเคืองบริเวณจุดซ่อนเร้น ร่วมกับอาการคัน 
  4. ในขณะที่คุณปัสสาวะ มีความรู้สึกปวดเกร็ง ฉี่ลำบาก หรือ ปวดแสบปวดร้อนขณะที่ปัสสาวะ 
  5. สังเกตเห็นว่าบริเวณรอบ ๆ อวัยวะ ชาย มีก้อน หรือ คราบสีขาว ๆ เกาะอยู่ โดยที่ทำความสะอาด หรือ เช็ดออกไปแล้วก็เกิดขึ้นใหม่อยู่เรื่อย ๆ 

สาเหตุที่ทำ น้องชายมีกลิ่น ทำความสะอาดอย่างไรก็ไม่หาย

ก่อนที่คุณจะทราบ วิธี รักษา น้องชายมีกลิ่น ว่าต้องทำอย่างไรได้นั้น อันดับแรก คุณก็ต้องทราบก่อนว่า อวัยวะชาย ของคุณ มีกลิ่นเหม็นเพราะอะไร ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ น้องชายมีกลิ่นเหม็น นั้น มีหลายสาเหตุด้วยกัน และ สาเหตุหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้ 

ขี้เปียก (Smegma)

หากใครยังไม่รู้ Smegma หรือ ที่เราเรียกกันว่า ขี้เปียก นั้น เป็นสารหล่อลื่นโดยธรรมชาติที่มักพบได้ที่ส่วนปลายอวัยวะเพศ หรือ ที่หนังใต้หนังหุ้มปลาย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ อวัยวะเพศชาย ซึ่งหากคุณผู้ชายดูแลความสะอาดในจุดซ่อนเร้นไม่ดีพอ จะทำให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นที่บริเวณน้องชายได้ 

Balanitis

การอักเสบที่บริเวณ อวัยวะส่วนปลายของเพศชาย ซึ่งปกติแล้วปัจจัยหลักก็มาจากเรื่องความสะอาดอีกนั่นแหละ แต่ นอกจากนี้ โรคทางผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน หรือ การสวมใส่กางเกงคับแน่นเกินไป รวมไปถึงการแพ้ ถุงยางอนามัย ก็ทำให้เกิดการอักเสบ บวมแดง จน อวัยวะชายเหม็น ได้ 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หลัก ๆ มี 2 โรค คือ หนองใน และ หนองในเทียม สาเหตุหลักมาจากการมี Sex โดยไม่ป้องกัน อาการที่พบร่วมกับ อวัยวะมีกลิ่นเหม็น คือ มักพบหนองขาว ขุ่น หรือ สีออกเหลือง ที่ส่วนปลายของอวัยวะ หรือ ออกมาพร้อมปัสสาวะ ร่วมกับความปวด ปวดแสบปวดร้อน ตอนที่ปัสสาวะ นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการปวดที่อวัยวะเพศ จนลามไปถึงอัณฑะ 

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

นื่องจากปลายอวัยวะเพศ เป็นทางผ่านของปัสสาวะ การติดเชื้อในระบบปัสสาวะส่วนใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะ หรือ ไต ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ น้องชายมีกลิ่นแรง ได้ แม้ว่าคุณจะทำความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตาม 

การติดเชื้อ

เชื้อที่พบบ่อย ได้แก่ 

  • เชื้อรา 
  • เชื้อแบคทีเรีย 

เชื้อโรค จะเกิดการสะสมเมื่อทำความสะอาดไม่ถูกต้อง และ ไม่เพียงพอ รวมไปถึง หากคุณมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อโรคอยู่แล้วโดยปราศจากการป้องกัน ก็จะทำให้รับเชื้อโรคมาได้ อาการโดยทั่วไปที่พบร่วมกับ น้องชายเหม็น คือ คัน มีคราบขาว มีสารสีขาวขุ่นไหลออกส่วนปลาย หรือ ปวดแสบปวดร้อน เป็นต้น 

วิธี รักษา น้องชายมีกลิ่น และ การป้องกัน กลิ่นเหม็นที่ อวัยวะชาย

เมื่อคุณพอจะทราบสาเหตุที่ทำให้ อวัยวะชาย มีกลิ่นเหม็น เบื้องต้นกันไปแล้ว มาดู วิธี รักษา น้องชายมีกลิ่น ให้หมดไป รวมไปถึง การดูแลป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้นอีก เพราะนอกจากหน้าตาที่หล่อเหลาจะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้หน้ามองแล้ว ความสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นอับ เหม็น ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และ เสน่ห์ให้กับคุณผู้ชายมากยิ่งขึ้น 

ขั้นตอน วิธี รักษา น้องชายมีกลิ่น มีอะไรบ้าง

  1. การรักษาความสะอาด เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะ หากคุณรักษาความสะอาดของ อวัยวะเพศชาย ไม่ดีพอ ก็จะเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และ ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้ 
  2. ในการล้างทำความสะอาด นอกจากจะล้างโดยรอบแล้ว หากคุณยังไม่ขลิบ อย่าลืมรูดปลายลง และ ทำความสะอาดที่บริเวณหนังหุ้มปลาย 
  3. สวมใส่เสื้อผ้าที่แห้ง และ สะอาด รวมไปถึงเลือกใช้เนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี โล่งสบาย ไม่คับแน่นจนรู้สึกอึดอัด 
  4. หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่า สาเหตุของการเกิดกลิ่นมาจากการติดเชื้อ หรือ การอักเสบ ไม่ว่าจะที่อวัยวะเพศโดยตรง และ การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ ต้องไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน 
  5. นอกจากการไปพบแพทย์แล้ว คุณต้องดูแลตัวเองตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งในส่วนของการ รับประทานยาฆ่าเชื้อตรงเวลา ครบถ้วน และ การไปพบแพทย์ตามนัด เป็นต้น 
  6. ในช่วงที่รักษาอาการอักเสบ หรือ ติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน เพราะ การเสียดสี หรือ กระแทก จะยิ่งเพิ่มให้การอักเสบติดเชื้อรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก 

คุณจะป้องกันไม่ให้ อวัยวะชาย มีกลิ่น ได้อย่างไร

  1. เล็ม ขนน้องชาย ให้สั้น เพราะ ความหนา และ ยาว ของขนบริเวณน้องชาย เป็นแหล่งเชื้อโรคชั้นดี แถมยังทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่ายด้วย 
  2. ทำความสะอาดในบริเวณน้องชายอย่างถูกวิธี สม่ำเสมอ รวมไปถึงเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนในการทำความสะอาด โดยควรมี ph ที่เหมาะสม อวัยวะเพศชาย ก็ไม่ต่างจากเพศหญิงที่มีเชื้อประจำถิ่นอยู่แล้ว หากใช้สบู่ปกติในการทำความสะอาด จะทำให้เสียสมดุล และ เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้ 
  3. ขลิบบริเวณหนังหุ้มปลาย ไม่เพียงแค่ มุสลิม เท่านั้น ที่ขลิบส่วนปลายได้ การขลิบส่วนปลายทำให้คุณสามารถทำความสะอาด อวัยวะเพศชาย ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งลดแหล่งกักเก็บเชื้อโรค โอกาสที่จะติดเชื้อจึงมีน้อยลงตามไปด้วย 
  4. หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ หรือ One night stand เพราะ เป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ 
  5. มีการวางแผนครอบครัว โดยตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อนการวางแผนมีบุตร ทั้งตัวคุณ และ คู่นอน เพื่อความปลอดภัย และ สบายใจ
  6. สังเกตตัวเองอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องของ กลิ่นไม่พึงประสงค์ และ อาการผิดปกติต่าง ๆ เพื่อที่หากความผิดปกติขึ้น จะได้รักษา แก้ไขอย่างทันท่วงที 

เรื่องกลิ่น ใครว่าไม่สำคัญ ดูแลปัญหา น้องชายมีกลิ่น เพิ่มเสน่ห์ ความมั่นใจ

เคยได้ยินไหมว่า กลิ่นหอมก็ทำให้ผู้หญิงหลงได้ แต่ ไม่ว่าคุณจะฉีดน้ำหอมที่แพง หอมติดทนแค่ไหน ปัญหา น้องชายมีกลิ่น ก็ทำให้เฟลได้ง่าย ๆ ทำให้ความมั่นใจถดถอย แถมด้วยอาจตามมาด้วยอาการร่วมต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความไม่สุขสบายได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น การคันระคายเคือง ปวดแสบปวดร้อน มีผื่น หรือ แม้กระทั่ง การมีหนองที่ปลาย อวัยวะชาย 

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณน้องชายด้วยเหตุใดก็ตาม สิ่งแรกที่คุณต้องทำนอกจากการดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่างถูกวิธี คือการสังเกตความผิดปกติ เพื่อไปพบแพทย์ และ เข้ารับการรักษาในทันที เพราะ หากคุณไม่รีบรักษา ปัญหาก็อาจจะบายปลายใหญ่ขึ้น จนไปรบกวนชีวิตประจำวันมากขึ้น หรือ เกิดปัญหาในชีวิตคู่ได้เลย 

นอกจากการรักษาแล้ว อย่าลืมเอาใจใส่ในการดูแลอย่างต่อเนื่อง หรือ หากเป็นไปได้ เมื่อคุณต้องการดูแลความสะอาดได้ง่ายขึ้น การขลิบ นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี ที่สำคัญที่สุด คือ การไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ รวมไปถึงการสวมใส่ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ น้องชายมีกลิ่นแรง  

Share the Post:
บทความยอดนิยม